3 กลยุทธ์เด็ด เพิ่มยอดขายช่วงเทศกาลสำคัญ ด้วยโฆษณา Facebook Retargeting

3 กลยุทธ์เด็ด เพิ่มยอดขายช่วงเทศกาลสำคัญ ด้วยโฆษณา Facebook Retargeting

นายบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด (www.readyplanet.com)

ภาพประกอบบทความ Retargeting

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงตั้งเเต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปยาวจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า คือช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อของขวัญ ของตกแต่งบ้าน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขมากมาย แต่การทำโฆษณากับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จักธุรกิจของเรามาก่อน ต้องใช้งบประมาณที่สูง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความรู้จัก เกิดความมั่นใจ จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้ ช่วงวันคริสมาสต์ วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เลยไปถึงวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ที่ควรมองหากลยุทธ์ ไม้เด็ดวิธีเพิ่มลูกค้าใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจตน

ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการทำโฆษณากับฐานลูกค้าเดิมของธุรกิจ ซึ่งเป็นคนที่รู้จักและคุ้นเคยกับธุรกิจอยู่แล้ว หรือเคยเป็นลูกค้ามาก่อนแล้ว การจะทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ซื้อสินค้าจะทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ธุรกิจอาจใช้งบประมาณน้อยกว่ามากในการทำโฆษณา เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้จักธุรกิจมาก่อน มีความเชื่อถือมาก่อน มีความต้องการอยู่แล้วบ้างไม่มากก็น้อย จึงต้องการการกระตุ้นในขั้นสุดท้ายเท่านั้นก่อนการตัดสินใจซื้อ

Burin_1

Facebook มีเครื่องมือในการทำโฆษณาที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคที่รู้จัก หรือเคยซื้อสินค้ากับธุรกิจแล้วโดยตรง ที่เรียกว่า การทำRetargeting ซึ่งการทำ Retargeting นี้ถือเป็นการทำโฆษณาบน Facebook ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่ง โดยธุรกิจสามารถใช้กลยุทธ์ การทำRetargeting เพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจได้ด้วยหลากหลายวิธี ดังนี้

  1. กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เคยรู้จักธุรกิจอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นลูกค้า

ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่รู้จักธุรกิจอยู่แล้ว เช่น เคยเข้าชมเว็บไซต์ธุรกิจ (Website Visitor)  โดยธุรกิจสามารถจดจำผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้จากการ ติดตั้งโค้ดRetargeting ในหน้าเพจต่างๆ บนเว็บไซต์ เช่น หน้าแรก, หน้าแสดงรายละเอียดสินค้าต่างๆ  นอกจากนั้น ยังสามารถจดจำผู้ที่เข้ามากด Like Facebook Pageของธุรกิจอีกด้วย ซึ่งการทำ Retargeting ทำได้โดยการสร้างแคมเปญทางการตลาด ส่งสินค้าที่โดดเด่น น่าสนใจ กระตุ้นการจดจำ สร้างความผูกพันให้ธุรกิจอยู่ในใจของกลุ่มผู้บริโภคนี้ จนกระทั่งสามารถสร้างความต้องการ และตัดสินใจซื้อสินค้าในที่สุด หรือ สร้างให้เกิดการกลับมาหาธุรกิจเอง เมื่อผู้บริโภคเกิดความต้องการในวันใดวันหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคเคยมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือเป็น Fan ใน Facebook Fan Page ของร้านอาหาร เราสามารถ Retargeting เชิญชวนผู้บริโภคกลุ่มนั้นมาซื้อคูปองบุฟเฟต์ โดยส่งโฆษณาไปแสดงในพื้นที่ของ Facebook บน News Feed ของกลุ่มผู้บริโภคนี้ เพื่อชวนมาซื้อคูปองบุฟเฟ่ต์ทานอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนเพื่อฉลองในช่วงเดือนธันวาคมหรือมกราคม  

 

  1. กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสนใจในสินค้าบางรายการเฉพาะเจาะจง หรือเคยสั่งซื้อสินค้ารายการนั้นๆ  แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เคยเข้ามาที่หน้าเว็บสินค้าบางรายการ หรือเคยสั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระเงิน แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีความต้องการสินค้าในระดับสูงมาก แต่อาจจะมีเหตุผลในอดีตที่ทำให้ยังไม่ซื้อ การสร้างแคมเปญมุ่งไปที่สินค้ารายการนั้นๆ แต่ให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น เช่น ราคาพิเศษ หรือ โปรโมชั่น และส่งโฆษณาไปเฉพาะผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เฉพาะคนนั้น ๆ  เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้กลับมาซื้อสินค้าชิ้นนั้นอีกครั้ง เป็นทางเลือกที่นับว่าคุ้มค่าคุ้มเงินโฆษณาที่สุดอีกทางหนึ่งที่ธุรกิจไม่ควรพลาด

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคต้องการซื้อต้นคริสมาสต์สำหรับใช้ตกแต่งบ้าน แล้วเข้าไปในเว็บไซต์เคยดูต้นคริสมาสต์แบบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน หากเว็บไซต์มีการทำ Retargeting เมื่อผู้บริโภคเข้ามาที่ Facebook ของตนก็จะพบกับแบนเนอร์โฆษณาต้นคริสมาสต์ร้านนี้ปรากฏอยู่ในหน้า News Feed ในพื้นที่โฆษณา

 

  1. สร้างการซื้อซ้ำ หรือการซื้อเพิ่มจากลูกค้าเดิม

สำหรับผู้บริโภคที่เคยสั่งซื้อสินค้าไปแล้ว และธุรกิจก็มีฐานข้อมูลของผู้บริโภคเหล่านั้น จัดเก็บไว้ในรูปแบบอีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ ธุรกิจก็สามารถนำมาทำRetargeting เพื่อให้ผู้บริโภคเหล่านั้นมาซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าชิ้นแรกที่ผู้บริโภคได้ซื้อไป หรือสินค้ารุ่นใหม่ ที่ใช้ร่วมกับสินค้าเดิม โอกาสในการเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หากธุรกิจทำ Retargeting จับคู่สินค้าได้อย่างถูกต้อง วิธีนี้ทำได้ยากยิ่งนักสำหรับธุรกิจออฟไลน์ แต่การโฆษณาออนไลน์ผ่านFacebook ทำให้เกิดขึ้นได้

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจขายกล้องออนไลน์ มีฐานลูกค้าที่ซื้อกล้องแต่ละรุ่นไปแล้ว โดยเก็บอีเมลลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ ธุรกิจสามารถเชิญชวนลูกค้าที่ซื้อกล้องรุ่นหนึ่ง ๆ มาซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและใช้งานร่วมกับกล้องรุ่นนั้นๆ โดยการทำ Retargeting ส่งโฆษณาไปยัง Facebook Newsfeed หรือเชิญชวนมาซื้อกล้องรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน

         

ในยุคสมัยนี้ที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลสินค้า บริการ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้เปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อนานมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนในการปิดการขายกับลูกค้าใหม่ที่สูงขึ้น เพราะต้องสร้างการรับรู้และความเชื่อถือกว่าจะนำไปสู่การสั่งซื้อสินค้าได้  ดังนั้น อย่าลืมที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดกับฐานลูกค้าเดิมที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว การทำโฆษณา Facebook Retargeting สู่ฐานลูกค้าเดิมของธุรกิจ นับว่า น่าสนใจ และคุ้มค่าที่สุด!

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น