Download!Download Point responsive WP Theme for FREE!

TSpace ในเครือไทยเบฟ เข้าซื้อ TARAD.com ลุยธุรกิจออนไลน์ครบวงจร

TSpace Digital (ทีสเปซ ดิจิตอล) ในเครือ TCC Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือไทยเบฟ มี มารุต บูรณะเศรษฐกุล อดีต CEO ของ โออิชิ กรุ๊ป มาทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ร่วมมือกับ TARAD.com โดย TSpace เข้าถือหุ้น 51% และ ภาวุธ ถือหุ้นใน TARAD 49% ลุยธุรกิจดิจิตอลเต็มสูบ ดำเนินธุรกิจผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มและอีบิสิเนส หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคดิจิตอล

มารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีสเปซ ดิจิตอล จำกัด เปิดเผยว่า ทีสเปซเป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2561 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท ถือหุ้น 100% โดยบริษัท อเดลฟอส จำกัด ของสองพี่น้องทายาทไทยเบฟ ฐาปน และปณต สิริวัฒนภักดี มีเป้าหมายเพื่อการลงทุนและเพื่อการทำธุรกิจ โดยด้านการลงทุน จะพิจารณาบริษัทที่มีโอกาสเติบโตทั้งบริษัทไทยและต่างชาติ แต่ในระยะแรกต้องการสนับสนุนบริษัทและสตาร์ทอัพของคนไทยก่อน ส่วนด้านการทำธุรกิจ จะเริ่มจากบิ๊กดาต้า และขยายไปยังธุรกิจในอนาคต ได้แก่ e-payment, e-wallet เป็นต้น

“สำหรับการร่วมผนึกกำลังกับตลาด ดอท คอม นั้น เป็นเพราะเรามองเห็นในศักยภาพของตลาด ดอท คอม โดยเฉพาะจุดแข็งทางด้านธุรกิจ e-commerce ที่เป็นเจ้าแรกที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี รวมถึงความเชื่อมั่นในทีมบริหารของบริษัท ซึ่งการผนึกกำลังกันในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ ตลาด ดอท คอม จะมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทและส่งผลให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างรวดเร็ว” มารุต กล่าวปิดท้าย

“ไทยเบฟทำธุรกิจกับค้าปลีกมาตลอด เราไม่เคยขายสินค้าตรงให้กับผู้บริโภคเลย จากนี้ก็คงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ จากทีสเปซฯ ต่อไป”  

“ตลาด ดอท คอม” พลิกโฉม! พร้อมลุยธุรกิจออนไลน์ครบวงจร

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ตลาด ดอท คอม เปิดเผยว่า

“จากการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยพลิกโฉม TARAD.com ให้มีการบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยเราได้พัฒนาแพลตฟอร์มการบริการใหม่ขึ้นมาซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่เรียกว่า ‘U-Commerce’ (Universal Commerce) โดยชูจุดเด่นในเรื่องการเป็นผู้ให้บริการที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในตัวผู้ประกอบการและกลุ่มผู้บริโภค (Customer & Consumer Driven) เพื่อสร้างประสบการณ์ในการบริการที่ดีที่สุดที่ลูกค้าต้องการ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อในทุกช่องทางการบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างร้านออนไลน์ของตัวเองให้มีจุดเด่น การขายของผ่านช่องทางโซเชียลต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการโฆษณาให้คนรู้จัก หาที่เก็บสินค้าให้ ช่วยจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงเก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเราจะนำเทคโนโลยีในเรื่อง Big data มาใช้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่เรามีจากการที่เราทำตลาดในธุรกิจนี้มานาน มีลูกค้าที่ดูแลอยู่มากกว่า 3 ล้านรายจึงทำให้เรามีข้อมูล transactions จำนวนมากมาย ที่เป็นลูกค้าทั้งในธุรกิจที่เป็น B2B2C และ C2C”


“ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจครั้งนี้ เรายังได้ร่วมมือกับ e-Marketplace รายใหญ่ๆ เช่น Shopee และ 11street รวมไปถึงพันธมิตรต่างๆ ในแวดวงธุรกิจออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากร้านค้าใน TARAD.com ออกไปขายในช่องทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้อีกทาง ที่สำคัญ TARAD.com ยังมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระดับเล็ก ระดับกลาง ไปจนถึงระดับใหญ่ ให้เข้ามาดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของเรา โดยเราจะเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในทุกๆเรื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าและให้บริการได้เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น มีกำไรและดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการไม่ตกเทรนด์ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ IOT หรือแม้กระทั่ง Machine Learning ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว” ภาวุธกล่าวเสริม

ทีสเปซ ดิจิตอล และ ตลาด ดอท คอม พร้อมเร่งเครื่องเต็มสูบ สร้างสรรค์ดิจิตอลแพลตฟอร์มที่ครบวงจร เชื่อมโยงเทคโนโลยี ธุรกิจและลูกค้าเข้าด้วยกัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคนี้และในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิตอลในภาพรวมของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น